เรียนหลังเลนส์ กับ แพร-รัมภาพร วรสีหะ

“แพรชอบถ่ายรูปมาตั้งแต่ช่วงเรียนมัธยม ตอนจะเข้าเรียนมหาวิทยาลัยก็อยากเรียนถ่ายรูป แต่ว่ามหาวิทยาลัยของภาครัฐถ้าจะเข้าคณะถ่ายภาพต้องวาดรูปเป็น ต้องสอบวาดรูป ซึ่งเราวาดรูปไม่เป็นเลย เคยพยายามไปเรียนวาดแล้วมันก็ไม่ใช่ ไม่ถนัด เลยยอมแพ้ จริงๆ มหาวิทยาลัยเอกชนอีกที่หนึ่งก็มีเปิดคณะถ่ายภาพนะ แต่ด้วยปัจจัยหลายๆ อย่าง เลยเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ คณะภาพยนตร์ คิดว่าคงคล้ายๆ กันมั้ง (พอเรียนแล้วเป็นยังไง?) ไม่คล้ายเลย (หัวเราะ) เรียนเขียนบท เรียนโปรดักชัน คือมันไม่ใช่วิธีการที่เราทำงาน เราชอบทำงานคนเดียว ทำอะไรเร็วๆ แต่อย่างถ่ายหนังมันต้องรอหลายคน กว่าอันนั้นจะเสร็จ อันนี้จะเสร็จ เลยตั้งใจไว้เลยว่ายังไงก็ตามจะต้องเรียนต่อในสิ่งที่เราชอบ

นี่คือบทสนทนาเริ่มต้นกับช่างภาพสาวไฟแรง จากเป็นเด็กชอบถ่ายรูป แต่กลับไปลงเรียนภาพยนตร์ ท้ายที่สุดก็ตั้งมั่นว่าจะไปเรียนต่อในสิ่งที่หวังให้ได้ การเดินทางจึงเริ่มขึ้น

ก้าวแรก

เราไปเรียนที่สถาบันสอนถ่ายภาพ ชื่อ international center of photography สอนถ่ายภาพโดยตรงเลย มีสองสายให้เลือก คือ General study กับ Journalism อาจารย์ที่มาสอนส่วนใหญ่ก็จะเป็นศิลปินที่อยู่ในแวดวงนี้อยู่แล้ว

คลาสที่เรียนมีประมาณ 70-80 คน เพื่อนร่วมคลาสก็จะหลากหลายมาก มีทั้งเปรู ญี่ปุ่น บราซิล ฝรั่งเศส ทั่วโลกเลย มีเราเป็นคนไทยคนเดียว ที่นี่ค่อนข้างจะสอนให้เรารู้จักตัวเองก่อนและสอนให้ทำงานอย่างเป็นคอนเซป นั่นคือประเด็นสำคัญ แล้วเราก็ใช้การถ่ายภาพแสดงตัวตนของเราออกมา ระยะเวลาระหว่างที่เรียนเราต้องทำงานตลอดเวลา แล้วทุกคนก็จะมีโปรเจ็คจบเป็นของตัวเองที่ต้องทำ และที่สถาบันจะมีวันที่เรียกว่า career day เป็นวันที่รวบรวมบุคลากรแขนงต่างๆ มาดูงาน เช่น MARIE CLAIRE, VOGUE, Elle แล้วให้เราลิสต์ที่ที่เราอยากไปทำงานด้วยมา 10 คน เขาจะมานั่งสัมภาษณ์เราวันนั้นเลย

ในเรื่องอุปสรรค จริงๆ มันแทบไม่มีอุปสรรคอะไรเลย นอกจากตัวเอง เพราะที่นั่นเขาไม่มีเกรด ทุกคนอยากเรียนและเสียเงินไปเรียน อุปสรรคที่ว่านั่นคือความคิดเราเองมากกว่า ที่เราแบบ… ไม่ตกตะกอนสักทีหรือว่าไม่เข้าใจอะไรบางอย่าง

ส่วนเรื่องภาษา ก่อนไปเรียนเราก็ได้ประมาณหนึ่ง คือคุยรู้เรื่อง แต่พอเจอคำศัพท์ยากๆ ในคลาสเรียนก็มีที่ตามไม่ทันบ้าง ซึ่งเราเสียดายมาก เพราะถ้าเราได้มาทั้ง 100% ของที่เรียน เราจะมีความรู้ที่ลึกกว่านี้เยอะ ดังนั้นภาษาเนี่ยสำคัญมาก

ก้าวสอง

มีคนบอกว่านิวยอร์กเนี่ย เป็นเมืองที่ถ้าไม่ชอบก็จะเกลียดไปเลย แพรไปปรับตัวก่อนเรียนประมาณ 2-3 เดือน แล้วมันเป็นสามเดือนที่หดหู่มาก เพราะยังไม่มีเพื่อนด้วย มันก็เกิดคำถามกับตัวเองว่าเรามาทำอะไรที่นี้วะ กลับบ้านไหม เหงามาก แล้วนิวยอร์กมันเป็นเมืองที่ต้องออกไปข้างนอก ในห้องมันค่อนข้างจะอุดอู้ ส่วนหนึ่งเพราะที่ราคาแพงด้วย เราก็เลยต้องออกๆๆ แต่การออกไปทุกวันๆ โดยไม่มีจุดหมายมันก็เหนื่อย เป็นช่วงที่ทรมานพอสมควร

พอเปิดเทอมปุ๊บ ทุกอย่างเปลี่ยนไปเลย เริ่มมีเพื่อน แล้วก็แทบไม่มีเวลาทำอะไรเลย เพราะหลักสูตรที่เรียนมันเข้มข้นมาก อยู่ที่สถาบันทุกวัน วันที่ว่างจากเรียนก็ต้องไปเดินถ่ายรูป มีความสุขมาก เป็นช่วงที่เวลาผ่านไปไว จากหน้ามือเป็นหลังมือเลย ชอบเมืองนี้ขึ้นมาทันที มุมมองเราเปลี่ยนไป ทัศนคติเราเปลี่ยนไป ทุกอย่างดูน่าสนใจมากขึ้น ทั้งคนและสภาพแวดล้อม มันเหมือนเป็นเมืองแห่งแรงบันดาลใจเลย

image9

0 replies

Leave a Reply

Want to join the discussion?
Feel free to contribute!

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *