Aiglon: Past | Present | Future > talks
“แชร์ประสบการณ์ในรั้ว Boarding: มุมมองจากศิษย์เก่าและผู้ปกครองนักเรียนปัจจุบัน”

งาน Aiglon: Past | Present | Future ที่ผ่านมา มีช่วงเวลาที่น่าสนใจคือช่วง Talks ที่ชวนคุยโดย “คุณคมพิชญ์ พนาสุภน” ที่เป็นทั้งผู้ก่อตั้ง MIECA และเคยมีประสบการณ์ไปเรียน Boarding School มาก่อน เราตั้งใจจัดช่วง Talks นี้ขึ้นมาเพื่อให้ผู้ปกครองได้มาฟังประสบการณ์จริงของศิษย์เก่า และมุมมองของผู้ปกครองที่ลูกๆ กำลังเรียนอยู่ที่ Aiglon ณ ตอนนี้ เพื่อจะได้เป็นแนวทางในการช่วยตัดสินใจให้ลูกๆ ได้ไปเรียนต่อที่ Aiglon อย่างคลายกังวล

โดยก่อนจะได้ฟังเรื่องราวของศิษย์เก่า ขอย้อนอดีตกล่าวถึง นักเรียนหญิงไทยคนแรก ผู้มีความสำคัญอย่างยิ่งในประวัติศาสตร์ของ Aiglon College กันก่อน

      “หม่อมเจ้ามารศีสุขุมพันธุ์ บริพัตร” บุคคลผู้มีความสำคัญของโรงเรียน Aiglon College เพราะท่านคือนักเรียนหญิงคนแรกของสถาบัน ในยุคที่โรงเรียนเพิ่งตั้งขึ้นได้ไม่นานและมีนักเรียนชายเกือบทั้งหมด ท่านมีความกล้าที่จะก้าวเข้าสู่สภาพแวดล้อมใหม่ และความมุ่งมั่นที่จะเติบโตท่ามกลางความท้าทาย

      โดยหลังจากจบการศึกษาจาก Aiglon หม่อมเจ้ามารศีเลือกเส้นทางที่หลอมรวมทั้งสติปัญญาและความคิดสร้างสรรค์ ผ่านสิ่งที่ท่านรักและหลงใหลอย่างแท้จริงคือการทำงานศิลปะ ผลงานของท่านได้รับการจัดแสดงในแกลเลอรีสำคัญในกรุงปารีส รวมถึง Musée d’Art Moderne ซึ่งถือเป็นความสำเร็จที่โดดเด่นของศิลปินหญิงชาวไทยในยุคนั้น

      ถึงแม้ท่านเพิ่งจะจากไปไม่นาน แต่คุณงามความดีของท่านยังดำรงอยู่ ผ่านทั้งงานศิลปะและมูลนิธิที่ก่อตั้งขึ้นในพระนาม เพื่อสนับสนุนวัฒนธรรมและสังคมไทย

      “หม่อมเจ้ามารศีสุขุมพันธุ์ บริพัตร” นักเรียนหญิงคนแรกของ Aiglon สู่การเป็นศิลปินนานาชาติผู้ทรงคุณวุฒิ ทำให้เราระลึกถึงได้ว่าการศึกษาที่ Aiglon สามารถจุดประกายทั้ง ความกล้า ความใคร่รู้ และอิสรภาพในการเลือกเส้นทางของตนเอง

คุณกัณฑ์ นาวิกผล (ศิษย์เก่า)

         ด้วยความที่คุณกัณฑ์เป็นเด็กที่ค่อนข้างสบาย มีคนช่วยทำอะไรให้ทุกอย่าง คุณพ่อเลยอยากฝึกให้ใช้ชีวิตด้วยตัวเองได้ด้วยการส่งไปเรียนต่างประเทศ ซึ่งคุณพ่อไปดูโรงเรียนมากมาย โดย Aiglon เป็นหนึ่งในโรงเรียนที่เลือกไว้และได้ไปดูโรงเรียนจริง และด้วยความชอบ philosophy ของโรงเรียน คุณพ่อเลยตัดสินใจส่งคุณกัณฑ์ไปเรียนที่ Aiglon College
         คุณกัณฑ์ไปเรียนตอนอายุ 9 ขวบ ตอนนั้นยังเป็นเด็กและตัวเล็กมาก ต้องไปเรียนต่างประเทศพร้อมกระเป๋าใบใหญ่เกือบเท่าตัว และตามประสาเด็กที่จะมีความไม่ชอบเป็นทุนเดิม จึงพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อจะไม่ไปให้ได้ แต่สุดท้ายก็ต้องไป ซึ่งการไปครั้งนี้ กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่พอคุณกัณฑ์ได้มองย้อนกลับไปแล้วรู้สึกว่า Aiglon มีผลกับชีวิตมาก เพราะทำให้ตัวเขาเองเข้มแข็งขึ้น ใช้ชีวิตได้ด้วยตัวเอง ดูแลตัวเองได้ดีมาก และที่นี่เป็นโรงเรียนที่ดีมาก ตื่นเช้ามาวิวสวยแบบที่หาไม่ได้จากที่ไหน การเรียนดี การกินอยู่ดี ทุกคนที่นี่ดูแลดีมาก จนต้องขอบคุณคุณพ่อคุณแม่ที่ส่งไปเรียนที่ Aiglon

คุณซาช่าอัญชิสา กิติพราภรณ์ (ศิษย์เก่า)

       คุณซาช่าเป็นศิษย์เก่าที่ไปเรียนที่ Aiglon ถึง 8 ปี ซึ่งจุดเริ่มต้นจะคล้ายๆ คุณกัณฑ์คือถ้าอยู่บ้านจะมีคนคอยอำนวยความสะดวกให้ทุกอย่าง ทำอะไรไม่เป็น ดูแลตัวเองไม่เป็น บวกกับคุณแม่ของคุณซาช่าทำงานเยอะ เลยรู้สึกว่าถ้าเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ คงไม่ดีต่อลูก เลยมีความคิดอยากส่งลูกไปเรียนต่างประเทศ ซึ่งตอนนั้นก็ดูหลายโรงเรียนทั้งที่อังกฤษ และสวิตเซอร์แลนด์ สุดท้ายก็เลือกที่ Aiglon เพราะรู้สึกถึงความเรียบง่ายแบบ down to earth และน่าจะเหมาะกับลูก
       ตอนคุณซาช่าไปเรียนใหม่ๆ เพราะยังเป็นเด็กและสนิทกับคุณแม่มาก เลยร้องไห้คิดถึงบ้านอยู่บ่อยๆ และยังไม่เข้าใจว่าโอกาสที่ได้รับคืออะไร และโชคดีขนาดไหน
       คุณซาช่าเล่าอีกด้วยว่า ตอนนั้นกิจกรรมที่ไม่ชอบทำที่สุดคือกิจกรรม Expeditions (เช่น เดินป่า ตั้งแคมป์บนเขา) ที่ เวลาต้องไปทำกิจรรมเหล่านั้นจะบ่นตลอดทางที่ต้องเดิน เพราะต้องแบกเต็นท์เอง แบกหม้อเอง จุดไฟทำอาหารเอง แล้วต้องเอาเตาเลอะๆ จานเลอะๆ เก็บเข้ากระเป๋าเพื่อหอบลงข้างล่างใหม่ จำได้เลยว่าคุณครูทุกคนจะชอบพูดว่า “เดี๋ยวพอโตไป เวลามองกลับมาแล้วเธอจะเห็นค่าของสิ่งที่ได้ทำ” คุณซาช่าก็จะเถียงตามประสาเด็กว่าไม่เห็นๆ 
       แต่เมื่อเวลาผ่านไป และได้เติบโตขึ้น เมื่อคุณซาช่ามองย้อนกลับไปก็ได้เห็นจริงๆ ว่า หลายๆ อย่างที่มีโอกาสได้ทำ กิจกรรมที่ไม่มีทางหลากหลายกว่านี้อีกแล้วที่ได้ทำในทุกฤดูและเป็นอะไรที่มีเอกลักษณ์ ไม่เหมือนใครมาก ต้องเหนื่อยกับการเดินขึ้นเขา ต้องทำสิ่งที่เราไม่ชอบ แต่ประสบการณ์มากมายที่ได้มา รวมถึงคนรอบๆ ตัวตอนที่อยู่ที่นั่น กลายเป็นของขวัญที่มีติดตัวมาจนถึงตอนนี้ และทำให้เราเข้มแข็งและอดทน ตอนคุณซาช่ากลับมาเมืองไทย รู้สึกได้เลยว่าตัวเองเข้มแข็งมากกว่าคนอื่นๆ และทุกคนเซอร์ไพรส์ที่เห็นว่าตัวเราทำโน่นนี่นั่นได้หมด ที่สำคัญ Aiglon ทำให้ได้มีเพื่อนทุกประเทศด้วย

คุณจิทัศ ศรสงคราม, คุณวีรวัฒน์ แซ่ลี้ และคุณชินวัฒน์ แซ่ลี้ (ผู้ปกครองของนักเรียนปัจจุบัน)
กับเหตุผลที่อยากส่งลูกไป Boarding School ทำไมถึงเป็น Switzerland ทำไมต้อง Aiglon และการเปลี่ยนแปลง

คุณจิทัศ: ก่อนจะตัดสินใจส่งลูกไปเรียนต่างประเทศ ก็จะมีการคุยระหว่างพ่อแม่กันก่อนว่าจะไปที่ไหน ไปยังไง แล้วลูกๆ จะไปได้มั้ย ซึ่งตอนคุยกันก็จะมีทั้งฝ่ายที่อยากให้ไปกับยังไม่อยากให้ไป แต่เมื่อประเมินกันแล้ว ครอบครัวเรามีลูก 3 คน อายุ 13 ปี 9 ขวบ และ 8 ขวบ แม้โรงเรียนที่อยู่ปัจจุบันจะค่อนข้างใหญ่ และดี แต่อีกมุมคือเวลาลูกๆ อยู่ที่นี่ ก็จะมีพี่เลี้ยงคอยดูแล และแม้พ่อแม่จะดุบ้าง แต่มีอะไรก็พร้อมจะปูพรมแดงให้ลูกเสมอ ก็เลยรู้สึกตรงกันว่าอยากพัฒนาเรื่อง Life Skill ให้ลูกๆ มีกันมากขึ้น เลยตัดสินใจส่งลูกไป Boarding School ต่างประเทศ โดยเริ่มจากคนโตที่เป็นลูกสาวก่อน ส่วนคนที่ 2 เป็นผู้ชาย ตอนแรกยังติดเรื่องอายุแค่ 9 ขวบน่าจะยังไม่พร้อม แต่พอเห็นพี่สาวไป และคิดว่าน่าจะสนุกเขาก็เลยอยากไปด้วย
        ซึ่งแม้จะเพิ่งส่งลูกไปเรียนเทอมนี้เป็นเทอมแรก แต่ลูกก็ได้เจอกิจกรรม Expeditions เลย ซึ่งแรกๆ ก็โทรมาบ่นบ่อยๆ แต่หลังๆ เริ่มไม่โทรแล้ว น่าจะเพราะปรับตัวได้ กลายเป็นพ่อแม่จะคอยคิดถึงแทนว่าทำไมลูกไม่ค่อยโทรมา (หัวเราะ)

คุณวีรวัฒน์: ก่อนอื่นอยากคอนเฟิร์มทางศิษย์เก่าก่อนเลยว่าเรื่อง Expeditions ลูกสาวผมบ่นตลอดจริงๆ แม้ปีนี้จะเป็นปีที่ 3 แล้วที่ได้ไปอยู่ที่โรงเรียน (หัวเราะ)
        ตอนที่ตั้งใจจะส่งลูกๆ ไปอยู่ที่ต่างประเทศ ก็มีหลายประเทศให้เลือก ซึ่งเราจะค่อยๆ ดูไปทีละประเทศเพื่อให้เหมาะสมกับลูกเราที่สุด อย่างผมเองตอนเด็กๆ เคยไปเรียน Boarding School ที่อังกฤษเหมือนกัน ซึ่งตอนนั้น น่าจะ 20 หรือ 30 ปีก่อน สิ่งที่ผมไม่ชอบอย่างเดียวเลยก็คือเรื่อง Racism หรือการเหยียดเชื้อชาติจะมีค่อนข้างเยอะ ที่นั่นมีคนอังกฤษเยอะประมาณ 80% ต่างชาติแค่ประมาณ 20% แต่ตอนนี้น่าจะเปลี่ยนไปแล้ว ส่วนที่สวิตเซอร์แลนด์จะมี Composition ที่ไม่เหมือนกัน เลยทำให้ในโรงเรียนมีมีนักเรียนต่างชาติเยอะ ผมเลยค่อนข้างมั่นใจว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์แบบที่เคยเจอ และที่สำคัญสวิตฯ เป็นประเทศที่ปลอดภัยมาก การที่เราจะส่งของที่มีค่าที่สุดของเราไปไหน เราต้องมั่นใจว่าอย่างน้อยต้องปลอดภัย ก็เลยเลือกที่สวิตเซอร์แลนด์
        จากนั้นก็ทำรีเสิร์ชเรื่องโรงเรียน ดูจากการจัดอันดับ และทำเช็กลิสต์ให้เหลือ 5-6 โรงเรียน และไป School Visit ซึ่งผมว่าดีทุกโรงเรียน แต่ขึ้นอยู่กับว่าโรงเรียนไหนเหมาะกับลูกเรามากกว่า อย่างที่ Aiglon ผมมองว่าขนาดโรงเรียนกำลังดี ไม่เล็กและไม่ใหญ่เกินไป การที่ลูกเราไปอยู่โรงเรียนที่จำนวนนักเรียนประมาณ 500-600 คนน่าจะทำให้เขาได้เรียนรู้การใช้ชีวิตร่วมกับสังคมได้ดี และที่สำคัญวิวที่นี่พิเศษมาก ไม่สามารถหาวิวแบบนี้ได้จากที่ไหนอีกแล้วในโลกนี้

คุณชินวัตร: ผมได้ไปเยี่ยมชมโรงเรียนพร้อมพี่ชายคือคุณวีรวัฒน์ ได้เห็นวิวของโรงเรียนแล้วรู้สึกว่าเป็นสถานที่ที่สวยงามมาก เหมาะกับการให้ลูกไปฝึกใช้ชีวิตที่นั่น อีกทั้งปริมาณของเด็กที่เป็น Day Student กับเด็กที่เป็น Boarding ปริมาณของเด็ก Boarding จะค่อนข้างเยอะกว่า เลยคิดว่าเด็กๆ น่าจะเข้ากันได้ง่าย และปรับตัวได้เร็ว

คุณวีรวัฒน์: อย่าง Day Student ก็เป็นลูกๆ ของคุณครูที่นั่นด้วยส่วนหนึ่ง เวลาวันหยุดลูกๆ ผมก็ได้ไปอยู่กับเพื่อนๆ ที่เป็น Day Student หลายคน ซึ่งน่ารักมาก

คุณจิทัศ: ขอเสริมเรื่องที่ประทับใจตอนไปส่งลูกที่โรงเรียนนะครับ ตอนนั้นได้เจอนักเรียน Years 12 และ 13 มาต้อนรับ ผมรู้สึกเซอร์ไพรส์มากที่เด็กๆ มีคาแรคเตอร์ชัดเจน มีความมั่นใจ มีความเป็นผู้ใหญ่ดีมาก สามารถแนะนำเราได้เหมือนมืออาชีพเลยรู้สึกว่านี่แหละโรงเรียนที่เรามองหา คือผมว่าเรื่อง Academic ทุกที่ดีกันหมด ซึ่งก็อยู่ที่ตัวลูกเราด้วย แต่เรื่องคาแรคเตอร์ เรื่องการใช้ชีวิตต้องสร้างมาจากโรงเรียนวัฒนธรรมของโรงเรียน

คุณวีรวัฒน์: ผมก็ประทับใจกับน้องๆ ที่พาเราชมโรงเรียน น่ารักและเก่งมาก อายุยังน้อยๆ กันอยู่เลย แต่มีความเป็นมืออาชีพมากๆ

คุณจิทัศ: เวลาเรานึกถึงคำว่า Boarding School เราจะนึกถึงว่าเด็กอยู่ในรั้วโรงเรียน จะออกมาข้างนอกได้ตามเวลาที่กำหนด แต่ Aiglon จะมีอาคาร ชุมชน ธรรมชาติ มาผสมรวมกัน เวลาออกมาข้างนอกก็เป็นหมู่บ้าน เป็นร้านค้า ซึ่งลูกๆ ผมจะชอบมาก 5 โมงเย็นปุ๊บได้ไปเที่ยวเล่นในหมู่บ้าน ไปซื้อของ รู้สึกว่ามีอิสระ ถึงแม้จะมีกำหนดช่วงเวลาไว้แต่ก็ไม่ได้รู้สึกอึดอัด เหมือนชีวิตได้ผสมผสานเข้าไปในเมืองด้วย

คุณวีรวัฒน์เพื่อนๆ ที่ลูกๆ เราได้ไปเจอที่นั่นก็พิเศษด้วยนะครับ เพราะพอได้อยู่ด้วยกันทุกวัน จะมีความสนิทสนมกันมาก อย่างลูกสาวผมจะสนิทกับเพื่อนชาวญี่ปุ่น สนิทกันแบบเพื่อนมาหาที่เมืองไทยเลย เราก็พาเขาเที่ยว ไปภูเก็ต ไปเชียงใหม่ หรือล่าสุดครอบครัวผมไปเที่ยวญี่ปุ่น ก็ไปเยี่ยมเขา ไปเที่ยวด้วยกัน เลยคิดว่าเรื่อง Friendship ที่โรงเรียนบอกว่า Friendship make in the mountain is special! ซึ่ง Special จริงๆ
        ส่วนความเปลี่ยนแปลงของลูกๆ แน่นอนว่าเขามีความ Independent มากขึ้น ช่วยตัวเองได้ เรื่องความรับผิดชอบถือว่าดีมาก ถึงแม้หอพักที่โรงเรียนจะมี House Parent ช่วยดูแลก็ตาม แล้ว House Parent ของหอพักที่ลูกสาวผมอยู่เขาน่ารักมาก ดูแลดีมาก ไม่สามารถที่จะหาได้ดีกว่านี้อีกแล้ว It’s a best! เลย

คุณชินวัตร: House Parent ดูแลดีมากจริงๆ ทุกวันนี้ก็ยังโทร.หากันอยู่เลย

กลัวลูกๆ จะสูญเสียความเป็นคนไทยบ้างไหม?

คุณจิทัศ: ผมเซอร์ไพรส์ที่ลูกพูดไทยเยอะขึ้น เวลาโทรฯคุยกันเขาจะพูดไทย เพราะลูกบอกว่าเพื่อนๆ ที่อยู่ด้วยกันจะได้ฟังไม่รู้เรื่อง (หัวเราะ) เลยคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไรครับ

คุณชินวัตร: คิดว่ายังไม่มีปัญหาเรื่องภาษาไทยนะครับ และยังรักเมืองไทยอยู่ เวลาเขากลับมาก็ยังแฮปปี้ทุกครั้งที่ได้กลับบ้าน

คุณวีรวัฒน์: ผมว่าการที่เขาไม่ได้อยู่เมืองไทยนาน เป็นจุดที่ทำให้เขามีความผูกพันกับเมืองไทยมากเป็นพิเศษ เลยทำให้ช่วงเวลาที่ได้กลับมาบ้าน 3-4 เดือน เป็นช่วงเวลาที่พิเศษเลย

• ดูข้อมูลเพิ่มเติมคลิก Aiglon College

• สำหรับผู้ปกครองหรือน้องๆ ที่ยังมีคำถาม อยากปรึกษา หรืออยากได้ข้อมูลเกี่ยวกับการไปเรียน Boarding School สามารถพูดคุยสอบถาม MIECA ได้ทุกช่องทางนะคะ

Facebook: MIECAbyMAC
IG: MIECAbyMAC
Tel: 098-670-1238
Line: @MIECA