Event Organizer – Shin Kasivivat

406135_543652122320421_1265875033_n
หนุ่มคณะรัฐศาสตร์ที่ชอบไปงานอีเว้นท์จนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต และเคยมีโอกาสได้บริหารจัดการการจัดงานมาบ้างในช่วงเรียนปริญญาตรี เพราะทำงานที่สภานักศึกษา ชินศศิน กสิวิวัฒน์ ชอบที่ได้ติดต่อกับบุคคลต่างๆ สนุกกับการคิดไอเดียและดีใจที่เห็นคนมาร่วมงานมีความสุข

หลังจากเรียนจบได้ไม่นานชินจึงบินไปเรียนต่อ Postgraduate Diploma สาขา Event, Sport & Entertainment จาก Glion Institute of Higher Education เมือง Montreux และ Bulle ประเทศ Switzerland และต่อด้วยการเรียนบริหาร Master of International Business จาก Hult International Business School เมือง Boston ประเทศ America

 

บ้านใหม่

ตอนเรียนอยู่ที่สวิตเซอร์แลนด์ เราอยู่หอมหาวิทยาลัยหนึ่งเทอม แต่อีกเทอมหนึ่งเราอยู่อพาร์ตเมนต์ เพราะว่าหลักสูตรคือเรียนสองเทอม แต่มันเรียนคนละแคมปัสกัน แคมปัสแรกเรียนอยู่บนเขา ก็อยู่ในเมืองนะครับ แต่ที่ตั้งมันอยู่บนภูเขา ทำให้การเดินทางจะลำบากหน่อย ต้องนั่งกระเช้าหรือรถรางขึ้นไป ไม่มีรถเมล์ผ่าน ส่วนใหญ่นักเรียนจึงอยู่หอมหาวิทยาลัยมากกว่า พอเทอมสองแคมปัสที่เรียนจะอยู่ในเมือง ก็เป็นเมืองที่ไม่ได้ใหญ่มาก เราก็เช่าอพาร์ตเมนต์อยู่ ซึ่งสามารถเดินไปเรียนได้

อุปสรรคใหม่

ส่วนตัวด้านการเรียนเราไม่มีปัญหา ปัญหาเดียวคือคิดถึงบ้าน ตอนที่ไปเรียนต่างประเทศครั้งแรกคือไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่แคนาดาในช่วงก่อนขึ้นปีสาม วินาทีแรกที่ก้าวขึ้นเครื่องเรารู้สึกว่ามันหว่าเว้ มันไม่เหลือใครแล้วนะ เราต้องช่วยเหลือตัวเองทุกอย่าง จะทำอะไรเราก็ต้องทำด้วยตัวเอง เพื่อนก็ต้องเริ่มต้นใหม่ ซึ่งวัฒนธรรมก็จะแตกต่างจากเรา ต่างคนต่างมาจากต่างที่ เราก็ต้องปรับตัวเข้าหากัน และปรับตัวในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างอื่นด้วย ตัวอย่างเช่น ปกติเราอยู่บ้าน เราใช้ช้อนส้อมในการทานอาหาร แต่พอไปอยู่นู้นเราต้องใช้มีดกับซ้อมแทน เขาทานขนมปังกับชีสเป็นอาหารเช้า เราก็ต้องทานขนมปังกับชีสเป็นอาหารเช้า ถ้าเราอยากทานอาหารไทยต้องทำเอง ซึ่งถ้าจะทำก็ไม่ค่อยมีเวลา อะไรแบบนั้น นอกเหนือจากนี้ก็ไม่มีปัญหาอะไร พูดจริงๆ เรียนง่ายกว่าเมืองไทยนะ ถ้าเข้าใจเรื่องภาษา (หัวเราะ)

สิ่งใหม่

สิ่งที่ชอบที่สุดคือ การที่เราได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ได้เจอสิ่งแปลกใหม่ตลอดเวลา ซึ่งแต่ละที่ก็จะมีความโดดเด่นไม่เหมือนกัน มีวิธีการ มีวัฒนธรรมไม่เหมือนกัน ทั้งในการสื่อสารและการใช้ชีวิต เราจะได้สัมผัสและเข้าใจคนแต่ละพื้นที่ว่าเขาเป็นยังไง เพื่อที่ว่าเราจะสามารถนำไปต่อยอดในการทำงานหรือมาปรับทัศนคติของเราในเรื่องต่างๆ ได้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรามีความใฝ่ฝันว่าจะทำธุรกิจกับชาวต่างชาติ ธุรกิจระหว่างประเทศ สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งคือเราก็ต้องเข้าใจคนที่จะมาทำธุรกิจร่วมกับเรา เหมือนสุภาษิตที่ว่ารู้เขารู้เรา

อีกอย่างเราได้เปิดโลกกว้าง ได้เดินทางไปไหนมาไหน ได้เห็นอะไรที่ไม่เคยเห็น จากที่เราเคยดูแค่ในรูปก็ได้ไปเห็นของจริง นึกในใจคือขอบคุณพ่อกับแม่มาก (ยิ้ม)

1531984_716012181751080_2110602322_n

0 replies

Leave a Reply

Want to join the discussion?
Feel free to contribute!

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *